ประวัติความเป็นมา

จากรากฐานที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน

กว่า 20 ปีที่ผ่านมา GULF ได้วางรากฐานที่มั่นคงและก้าวสู่อนาคตของพลังงานที่ยั่งยืน จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในการบริหารโรงไฟฟ้าในปี พ.ศ. 2537 เราได้ปรับเปลี่ยนมุมมองและกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สู่การใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยการเปลี่ยนจากการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินมาใช้ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในปี พ.ศ. 2550
บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (GHC) ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของคุณสารัชถ์ รัตนาวะดี
ในปี พ.ศ. 2554
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ก่อตั้งขึ้น และปัจจุบันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้ชื่อที่เป็นที่รู้จักกันดีว่า "GULF"
ในปี พ.ศ. 2568
GULF และ INTUCH ควบรวมบริษัท โดยยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และดิจิทัล พร้อมสนับสนุนความต้องการพลังงานคาร์บอนต่ำด้วยพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ปัจจุบัน
GULF ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจพร้อมสนับสนุนความต้องการพลังงานคาร์บอนต่ำ ส่งเสริมอนาคตที่ยั่งยืนด้วยพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยและภูมิภาค

ในปี พ.ศ. 2550 บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (GHC) ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของคุณสารัชถ์ รัตนาวะดี และพันธมิตร เพื่อเข้าร่วมการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ IPP และ SPP ในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ จากนั้นในปี พ.ศ. 2554 บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ก่อตั้งขึ้น และปัจจุบันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้ชื่อที่เป็นที่รู้จักกันดีว่า "GULF"

ปัจจุบัน GULF มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด "Powering the future, empowering the people" เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่อสังคมที่ยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมกับการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล และพลังงานขยะ นอกจากนี้ เรายังขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศและภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆ ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดหาและขายส่งก๊าซธรรมชาติ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล การสื่อสารโทรคมนาคม และดาวเทียม โดยทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

วิสัยทัศน์

เป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อส่งมอบพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่มีคุณภาพ ยั่งยืน และขับเคลื่อนอนาคต อย่างไร้ขอบเขต

พันธกิจ

กลุ่มบริษัทฯ มุ่งผสานกลยุทธ์นวัตกรรม ทรัพยากรที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีชั้นนำ และวัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งมั่น เพื่อส่งมอบโซลูชันด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่มีความน่าเชื่อถือและยั่งยืน

G
มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ
มีพลังและกล้าที่จะเอาชนะขีดจำกัด

เรามุ่งส่งเสริมให้บุคลากรมีความเชื่อมั่นในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และเดินหน้าสู่เป้าหมายของบริษัทไปด้วยกัน

U
ความสามัคคีและความร่วมมือ
มุ่งมั่นทุ่มเทและทำงานเป็นทีมเพื่อความสำเร็จของส่วนรวม

เราสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนการแบ่งปันความรู้ การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคลากรทุกระดับ

L
การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
รักการเรียนรู้และช่างสงสัยเพื่อให้เกิดความริเริ่มและค้นพบสิ่งใหม่ๆ

บุคลากรของเราจะได้รับการส่งเสริมให้มีความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สำรวจแนวคิดใหม่ๆ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องผ่านโอกาสการฝึกอบรมตลอดทั้งปี

F
ความยืดหยุ่นในการทำงาน
ปรับตัวง่าย พร้อมรับมือทุกความท้าทาย

บุคลากรของเราต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ เปิดรับมุมมองใหม่ๆ และแสดงศักยภาพในการแก้ไขปัญหาและความยืดหยุ่นในหน้าที่การงาน

พัฒนาการที่สำคัญ

2568
ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโต
  • การดำเนินงานโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ: โครงการ HKP เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ครบทุกหน่วย (1,540 เมกะวัตต์) ภายหลังจากที่หน่วยผลิตที่ 2 เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นปี 2568
  • การควบบริษัทระหว่าง GULFI และ INTUCH: เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 การควบบริษัทระหว่าง GULFI และ INTUCH แล้วเสร็จ ส่งผลให้ทั้งสองบริษัทสิ้นสุดสถานะนิติบุคคล ซึ่งสิทธิ หน้าที่ทรัพย์สิน และหนี้สินของ GULFI และ INTUCH ได้ถูกโอนไปเป็นของGULF ทั้งหมด
  • โครงการท่าเรือ LNG: GULF เริ่มก่อสร้างโครงการท่าเทียบเรือและและสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยองเพื่อรองรับปริมาณการขนถ่าย LNG ในปริมาณไม่เกิน 8.0 ล้านตันต่อปี
  • ขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียน: กลุ่มบริษัทฯ ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน และโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มเติม ส่งผลให้ GULF มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้วรวมทั้งสิ้น 4,497 เมกะวัตต์ โดยมีกำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการแล้วรวม 1,532 เมกะวัตต์ ณ ปี 2568
  • ขยายธุรกิจศูนย์ข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลแห่งแรกของ GULF ภายใต้การร่วมค้า GSA ขนาด 25 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่โครงการแห่งที่สอง และสามซึ่งมีขนาดไม่เกิน 38 เมกะวัตต์ และไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ ตามลำดับ กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาและคาดว่าจะเปิดให้บริการ เชิงพาณิชย์ได้ในปี 2570
  • ความร่วมมือในธุรกิจคลาวด์: การร่วมค้า G-AIS ภายใต้กลุ่ม GULF ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก ได้แก่ Google, Oracle และ Microsoft เพื่อให้บริการโซลูชันคลาวด์แก่ภาครัฐและเอกชนของไทย
2567
วางรากฐานสู่อนาคต
  • การดำเนินงานโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ: โครงการ GPD เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ครบทุกหน่วย (2,650 เมกะวัตต์) และโครงการ HKP หน่วยที่ 1 (770 เมกะวัตต์) เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อย
  • เอกชนรายแรกของไทยในการนำเข้า LNG: กลุ่ม GULF เป็นเอกชนรายแรกที่ได้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวสู่ประเทศไทยเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของโครงการในกลุ่มบริษัทฯ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567
  • โครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศ: กลุ่มบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (142 เมกะวัตต์) และได้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม (99 เมกะวัตต์) เพื่อขยายและเสริมศักยภาพของกลุ่มพลังงานหมุนเวียนในประเทศของกลุ่มบริษัทฯ
  • การพัฒนาธุรกิจดิจิทัล: กลุ่ม GULF ได้ร่วมมือกับบริษัท กูเกิ้ล เอเชีย แปซิฟิก จำกัด ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม Sovereign Cloud ที่มีความปลอดภัยสูง และ Gulf Binance เปิดให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยภายใต้ชื่อ Binance TH
2566
ขยายการลงทุนด้านพลังงานและโครงการในระดับสากล
  • การดำเนินงานโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ: บริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่พร้อมจ่ายเพิ่มเติม จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ GPD หน่วยผลิตไฟที่ 1-2 (1,325 เมกะวัตต์)
  • การดำเนินงานโครงการในต่างประเทศ: โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ DIPWP ในประเทศโอมาน (326 เมกะวัตต์) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม MKW ในประเทศเวียดนาม (128 เมกะวัตต์) เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ครบเต็มกำลังการผลิต
  • การลงทุนเพิ่มเติมในต่างประเทศ: เข้าถือหุ้นร้อยละ 49.0 ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson ในประเทศสหรัฐอเมริกา (1,200 เมกะวัตต์) และเข้าถือหุ้นร้อยละ 25.0 ในโรงไฟฟ้าพลังงานลม Outer Dowsing ในสหราชอาณาจักร (1,500 เมกะวัตต์)
  • ขยายการลงทุนในพลังงานน้ำ: บริษัทฯ เข้าลงทุนร้อยละ 20.0 ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ LPCL ใน สปป.ลาว (1,460 เมกะวัตต์) และลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาโครงการ PLPC (770 เมกะวัตต์) และ PBCL (912 เมกะวัตต์)
  • โครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศ: กลุ่มบริษัทฯ ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (870 เมกะวัตต์) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (1,526 เมกะวัตต์) รวมถึงโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม (20 เมกะวัตต์) ในประเทศไทย
2565
เติบโตต่อเนื่อง ทั้งในธุรกิจพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัล
Milestone Image 2022
  • การดำเนินงานโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ: โครงการ GSRC เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเติม สำหรับหน่วยผลิตที่ 3-4 ขนาดกำลังการผลิต 1,325 เมกะวัตต์
  • การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลม: GULF ร่วมกับ GUNKUL จัดตั้ง GGC เพื่อลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทย ขนาดกำลังการผลิตรวม 177.5 เมกะวัตต์ ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ลดสัดส่วนการลงทุนทางอ้อมในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม BKR2 ในประเทศเยอรมนี ขนาดกำลังการผลิต 465 เมกะวัตต์ จากสัดส่วน 50.00 เหลือร้อยละ 24.99
  • ขยายการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน: GULF ขยายธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม โดยการเพิ่มการถือหุ้นใน INTUCH เป็นสัดส่วน 28.87 ใน TTT ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโครงข่ายการสื่อสารและให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในอุตสาหกรรมบางภาค
  • การลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจดิจิทัล: กลุ่มบริษัทฯ ขยายธุรกิจดิจิทัลเพิ่มเติมผ่านการลงทุนใน THCOM ในสัดส่วนร้อยละ 41.14 และการลงทุนในหุ้นสามัญของ ADVANC เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการศูนย์ข้อมูล (Data center) ในประเทศไทย