26 สิงหาคม 2569

GULF ชี้ Data Center หัวใจสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เปลี่ยนผ่านพลังงานรองรับยุค AI

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ร่วมกล่าวบนเวทีสัมมนา “NEW ENERGY FOR THAILAND เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย” ในหัวข้อ “Power for a new Era : พลังงานในยุคดิจิทัล” จัดโดยเครือมติชน ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

นายสมิทธ์เน้นย้ำว่า ศูนย์ข้อมูล หรือ ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ไม่ใช่ภาระด้านทรัพยากร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหลักที่จะช่วยดึงเม็ดเงินและมูลค่าทางเศรษฐกิจดิจิทัลกลับคืนสู่ประเทศไทย พร้อมเปิดมุมมอง 3 มิติสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค AI

โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยและจำเป็น

Data Center มีบทบาทเปรียบเสมือนอาคารสำนักงานหรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ติดตั้งและดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Servers) จำนวนมาก เพื่อรองรับระบบ Cloud ขององค์กรยุคใหม่

  • การทำงานของ Data Center เน้นการควบคุมอุณหภูมิและการระบายความร้อนเพื่อให้อุปกรณ์ประมวลผลทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสารเคมีอันตรายหรือการแผ่รังสีออกสู่ภายนอก
  • ความมั่นคงทางพลังงาน หัวใจสำคัญคือระบบไฟฟ้าที่หยุดชะงักไม่ได้ จึงมีระบบสำรองไฟหลายชั้น ทั้งระบบเครื่องสำรองไฟฟ้าฉุกเฉิน (UPS) สำหรับกรณีไฟฟ้าดับชั่วคราว และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Generator) เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินระยะยาว

เครื่องจักรสร้างมูลค่าและลดการขาดดุลบริการดิจิทัล

ข้อกังวลเรื่องการใช้ไฟฟ้าและน้ำของ Data Center เป็นเพียงการมองด้านต้นทุน แต่ในมิติเศรษฐกิจมหภาค Data Center คือกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและเงินตราของประเทศ

  • ปัจจุบันองค์กรและประชาชนในไทยพึ่งพาบริการดิจิทัลจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งซอฟต์แวร์องค์กร เช่น Microsoft, SAP, Oracle, Salesforce สตรีมมิง และการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มระดับโลก การมี Data Center ในประเทศจะช่วยเก็บมูลค่าทางเศรษฐกิจเหล่านี้ไว้ภายในระบบการเงินไทย
  • เปรียบเสมือนการสร้างโรงงานประกอบรถยนต์หรือโรงกลั่นน้ำมัน แม้เจ้าของแบรนด์จะเป็นต่างชาติ แต่เมื่อตั้งฐานการผลิตหรือโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ จะเกิดมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ทั้งด้านการลงทุน การจ้างงาน ห่วงโซ่อุปทาน และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
  • การประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงข่ายภายนอก และสร้างความต่อเนื่องให้แก่บริการสำคัญในทุกสถานการณ์

ความได้เปรียบของไทย ก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยีล่าสุด (Late Mover Advantage)

แม้ประเทศไทยจะเริ่มต้นขยายตัวหลังบางประเทศในภูมิภาค แต่ถือเป็น “โอกาสสำคัญ” ที่ทำให้ไทยสามารถเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดพลังงานมากที่สุด

  • จากเดิมที่ไทยมี Data Center รวมกันทั้งประเทศขนาดต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ ปัจจุบันขยายตัวสู่ระดับ 700 เมกะวัตต์ (รวมโครงการที่แล้วเสร็จและอยู่ระหว่างก่อสร้าง) ทำให้พร้อมรองรับการแข่งขันในระดับภูมิภาค
  • Data Center รุ่นใหม่ในไทยมีค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE) ต่ำกว่า 1.2 ซึ่งลดลงอย่างมากจากอดีตที่อยู่ระดับ 1.8 ส่งผลให้การใช้พลังงานในระบบทำความเย็นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • การเริ่มต้นในปัจจุบันเปิดโอกาสให้ไทยได้ใช้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด ซึ่งสามารถประมวลผลข้อมูลได้สูงขึ้นต่อหนึ่งหน่วยพลังงาน คล้ายกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่วิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นด้วยเชื้อเพลิงที่น้อยลง

“การเข้าสู่ธุรกิจ Data Center และ AI ในจังหวะนี้ คือโอกาสสำคัญของประเทศไทย เพราะเราได้ใช้อุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน ธุรกิจนี้ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นที่เราไม่สามารถตกเทรนด์ระดับโลกได้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ยังคงสามารถแข่งขันและเติบโตในโลกดิจิทัลได้อย่างแข็งแกร่ง” นายสมิทธ์ พนมยงค์ กล่าว