GULF ผนึก GUNKUL รุกพลังงานหมุนเวียน ลงทุน 12 โครงการโซลาร์-พลังงานลม รวม 673.4 เมกะวัตต์

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (GRE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 100% เข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในประเทศไทยร่วมกับบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รวม 12 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 673.4 เมกะวัตต์ โดย GRE เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 50% ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 466.5 ล้านบาท คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) 336.7 เมกะวัตต์
การลงทุนดังกล่าวครอบคลุม โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 6 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญารวม 209.4 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโครงการ Solar Farm 5 โครงการ รวม 176.4 เมกะวัตต์ และโครงการ Solar Farm พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) 1 โครงการ ขนาด 33.0 เมกะวัตต์ รวมถึง โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 6 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญารวม 464.0 เมกะวัตต์ โดยโครงการทั้งหมดได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 25 ปี และมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2570-2573
โครงการทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) โดยโครงการ Solar Farm มีอัตรารับซื้อไฟฟ้าอยู่ที่ 2.1579-2.1679 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โครงการ Solar Farm พร้อม BESS อยู่ที่ 2.8331 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง และโครงการพลังงานลมอยู่ที่ 3.1014 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ซึ่งอัตราดังกล่าวต่ำกว่าราคาค่าไฟเฉลี่ยในปัจจุบัน จึงมีส่วนช่วยลดความผันผวนจากราคาเชื้อเพลิง และช่วยให้ทั้งภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสมตลอดอายุสัญญา
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึง ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง GULF และ GUNKUL ที่นำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทมาร่วมกันต่อยอดการพัฒนา บริหารจัดการ และขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายของ GULF ในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตธุรกิจให้ไม่น้อยกว่า 40% ภายในปี 2578 และมีส่วนขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยไปสู่ระบบพลังงานที่สะอาด มั่นคง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศในระยะยาว