GULF 61.00 -0.25 (-0.41%)

ธุรกิจทรัพยากร

รองรับความต้องการเชื้อเพลิงและเสริมความมั่นคงทางพลังงานด้วยโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติ

GULF เตรียมความพร้อมรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย เราได้ลงทุน พัฒนา และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภท

ธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ

ธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ

GULF ลงทุนในโครงการพัฒนา ก่อสร้าง และดำเนินงานระบบท่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติที่เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยเครือข่ายดังกล่าวทำหน้าที่เชื่อมโยงแหล่งก๊าซธรรมชาติกับความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ลูกค้าอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงเชื้อเพลิงได้อย่างมั่นคงและเชื่อถือได้

สถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว

สถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Terminal)

GULF เป็นผู้พัฒนาและดำเนินงานโครงการสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ภายใต้การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โครงการระยะที่ 1 ได้รับการออกแบบให้รองรับก๊าซธรรมชาติเหลวได้สูงสุด 8 ล้านตันต่อปี เพื่อสนับสนุนการนำเข้า การจัดเก็บ และการแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลวกลับเป็นก๊าซ โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการในปี 2572 ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว

ธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ

ธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (LNG Shipper)

GULF นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากตลาดโลกและจัดหาก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า IPP และ SPP ภายในกลุ่มบริษัทฯ ด้วยความสามารถในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวสูงสุด 7.8 ล้านตันต่อปี พร้อมสนับสนุนการจัดหาพลังงานที่มั่นคงและเชื่อถือได้ให้แก่ประเทศไทย

ท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อขนถ่ายสินค้าเหลว

โครงการบริหารจัดการท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อขนถ่ายสินค้าเหลว

GULF ลงทุนในบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด (TTT) ผู้ดำเนินงานท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อขนถ่ายสินค้าเหลวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ภายใต้สัญญาร่วมลงทุนกับ กนอ. ระยะเวลา 30 ปี โครงการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บและโลจิสติกส์ทางทะเลแก่ภาคปิโตรเคมีและอุตสาหกรรม ประกอบด้วยท่าเทียบเรือ 4 ท่า รองรับเรือได้ประมาณ 1,000 ลำต่อปี และมีความจุถังเก็บสินค้าเหลวมากกว่า 723,800 ลูกบาศก์เมตร ท่าเทียบเรือแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนระบบนิเวศอุตสาหกรรมของประเทศไทยและการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต