GULF 61.00 -0.25 (-0.41%)
GULF ชี้ Data Center หัวใจสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เปลี่ยนผ่านพลังงานรองรับยุค AI

GULF ชี้ Data Center หัวใจสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เปลี่ยนผ่านพลังงานรองรับยุค AI

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ร่วมกล่าวบนเวทีสัมมนา “NEW ENERGY FOR THAILAND เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย” ในหัวข้อ “Power for a new Era : พลังงานในยุคดิจิทัล” จัดโดยเครือมติชน ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

นายสมิทธ์เน้นย้ำว่า ศูนย์ข้อมูล หรือ ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ไม่ใช่ภาระด้านทรัพยากร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหลักที่จะช่วยดึงเม็ดเงินและมูลค่าทางเศรษฐกิจดิจิทัลกลับคืนสู่ประเทศไทย พร้อมเปิดมุมมอง 3 มิติสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค AI

โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยและจำเป็น

Data Center มีบทบาทเปรียบเสมือนอาคารสำนักงานหรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ติดตั้งและดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Servers) จำนวนมาก เพื่อรองรับระบบ Cloud ขององค์กรยุคใหม่

  • การทำงานของ Data Center เน้นการควบคุมอุณหภูมิและการระบายความร้อนเพื่อให้อุปกรณ์ประมวลผลทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสารเคมีอันตรายหรือการแผ่รังสีออกสู่ภายนอก

  • ความมั่นคงทางพลังงาน หัวใจสำคัญคือระบบไฟฟ้าที่หยุดชะงักไม่ได้ จึงมีระบบสำรองไฟหลายชั้น ทั้งระบบเครื่องสำรองไฟฟ้าฉุกเฉิน (UPS) สำหรับกรณีไฟฟ้าดับชั่วคราว และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Generator) เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินระยะยาว

เครื่องจักรสร้างมูลค่าและลดการขาดดุลบริการดิจิทัล

ข้อกังวลเรื่องการใช้ไฟฟ้าและน้ำของ Data Center เป็นเพียงการมองด้านต้นทุน แต่ในมิติเศรษฐกิจมหภาค Data Center คือกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและเงินตราของประเทศ

  • ปัจจุบันองค์กรและประชาชนในไทยพึ่งพาบริการดิจิทัลจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งซอฟต์แวร์องค์กร เช่น Microsoft, SAP, Oracle, Salesforce สตรีมมิง และการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มระดับโลก การมี Data Center ในประเทศจะช่วยเก็บมูลค่าทางเศรษฐกิจเหล่านี้ไว้ภายในระบบการเงินไทย

  • เปรียบเสมือนการสร้างโรงงานประกอบรถยนต์หรือโรงกลั่นน้ำมัน แม้เจ้าของแบรนด์จะเป็นต่างชาติ แต่เมื่อตั้งฐานการผลิตหรือโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ จะเกิดมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ทั้งด้านการลงทุน การจ้างงาน ห่วงโซ่อุปทาน และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

  • การประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงข่ายภายนอก และสร้างความต่อเนื่องให้แก่บริการสำคัญในทุกสถานการณ์

ความได้เปรียบของไทย ก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยีล่าสุด (Late Mover Advantage)

แม้ประเทศไทยจะเริ่มต้นขยายตัวหลังบางประเทศในภูมิภาค แต่ถือเป็น “โอกาสสำคัญ” ที่ทำให้ไทยสามารถเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดพลังงานมากที่สุด

  • จากเดิมที่ไทยมี Data Center รวมกันทั้งประเทศขนาดต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ ปัจจุบันขยายตัวสู่ระดับ 700 เมกะวัตต์ (รวมโครงการที่แล้วเสร็จและอยู่ระหว่างก่อสร้าง) ทำให้พร้อมรองรับการแข่งขันในระดับภูมิภาค

  • Data Center รุ่นใหม่ในไทยมีค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE) ต่ำกว่า 1.2 ซึ่งลดลงอย่างมากจากอดีตที่อยู่ระดับ 1.8 ส่งผลให้การใช้พลังงานในระบบทำความเย็นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

  • การเริ่มต้นในปัจจุบันเปิดโอกาสให้ไทยได้ใช้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด ซึ่งสามารถประมวลผลข้อมูลได้สูงขึ้นต่อหนึ่งหน่วยพลังงาน คล้ายกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่วิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นด้วยเชื้อเพลิงที่น้อยลง

“การเข้าสู่ธุรกิจ Data Center และ AI ในจังหวะนี้ คือโอกาสสำคัญของประเทศไทย เพราะเราได้ใช้อุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน ธุรกิจนี้ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นที่เราไม่สามารถตกเทรนด์ระดับโลกได้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ยังคงสามารถแข่งขันและเติบโตในโลกดิจิทัลได้อย่างแข็งแกร่ง” นายสมิทธ์ พนมยงค์ กล่าว