03 กันยายน 2569

กัลฟ์ GULF ชูวิสัยทัศน์ “พลังงานสะอาด – ดาต้าเซ็นเตอร์” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในยุค AI บนเวที Bangkok Business Summit 2026

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดย นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในงานประชุมสุดยอดผู้นำระดับภูมิภาค Bangkok Business Summit 2026 ในหัวข้อการเสวนา "Powering Thailand’s Next Growth Cycle: Efficient Energy & Low Carbon Infrastructure" ฉายภาพยุทธศาสตร์การผสานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนและดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้พร้อมรับมือกับคลื่นการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างยั่งยืน

นายสมิทธ์ เน้นย้ำว่า ในยุคที่เทคโนโลยี AI เติบโตอย่างก้าวกระโดด ดาต้าเซ็นเตอร์เปรียบเสมือน “โรงกลั่นน้ำมันแห่งยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” แม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นผู้ผลิตทรัพยากรข้อมูลดิบทั้งหมด แต่การมีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลตั้งอยู่ภายในประเทศ คือกุญแจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (Value-Added) และลดการขาดดุลบริการทางดิจิทัลที่ไทยจ่ายให้กับต่างชาติเดือนละมหาศาล ซึ่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 เคยสูงถึงประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน การมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตนเองจึงช่วยรักษาเม็ดเงินให้หมุนเวียนในประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่การใช้งาน AI เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งการสร้างความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศย่อมส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ GULF ไม่ได้มองเพียงแค่การสร้างรากฐานเท่านั้น แต่กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อนำกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Activities) เข้ามาต่อยอดในประเทศไทย สอดรับกับดีมานด์ที่เติบโตอย่างมหาศาลจากทั้งลูกค้ารายใหญ่ในประเทศและผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก (Hyperscalers) ซึ่งปัจจุบัน GULF เปิดดำเนินการแล้ว 25 เมกะวัตต์ และมีโครงการในมือที่กำลังจะสร้างอีกเกือบ 100 เมกะวัตต์ โดย GULF พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และระบบนิเวศพลังงานที่เกี่ยวข้อง ที่สอดรับกับแนวทางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ฉบับใหม่ที่มุ่งเน้นพลังงานหมุนเวียนเป็นแกนหลัก

ส่วนข้อกังวลของสังคมในด้านความปลอดภัยและการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน นายสมิทธ์ได้อธิบายว่า แท้จริงแล้วดาต้าเซ็นเตอร์คือศูนย์รวมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ภายใต้ระบบควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตรฐาน สำหรับการสำรองน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินนั้น ถือเป็นแนวปฏิบัติตามมาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัยเช่นเดียวกับอาคารขนาดใหญ่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า ศูนย์การประชุม หรือโรงพยาบาล ที่จำเป็นต้องมีระบบไฟสำรองตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อความต่อเนื่องของการให้บริการ ดาต้าเซ็นเตอร์จึงดำเนินงานภายใต้มาตรการความปลอดภัยและมาตรฐานสากลที่ไม่ต่างจากอาคารสำคัญอื่น ๆ ในเมือง

ทั้งนี้ กัลฟ์มองว่า นโยบายการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง (Direct PPA) จะเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เพื่อส่งกระแสไฟฟ้าสีเขียวเข้าสู่ดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับสากล แต่ยังขับเคลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไปพร้อมกัน

สำหรับทิศทางนโยบายภาครัฐ นายสมิทธ์ระบุว่า ความชัดเจนและความแน่นอนของกฎเกณฑ์ข้อบังคับ คือปัจจัยชี้ขาดที่จะสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจสามารถวางแผนและตัดสินใจลงทุนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกัลฟ์มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการร่วมมือกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาดของภูมิภาคอย่างมั่นคง

งานประชุมสุดยอดผู้นำ The Bangkok Business Summit 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Reinvent Thailand, Resilient ASEAN’ โดยความร่วมมือระหว่าง คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารโลก (World Bank) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและส่งมอบข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากภาคเอกชนไปยังรัฐบาลไทยและกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ทั่วโลก เพื่อผลักดันประเทศไทยให้พัฒนาไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูง ก่อนการประชุมใหญ่ระดับโลก IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026